ผลการตรวจวัดและการสำรวจ
คุณภาพอากาศ
การสำรวจภาคสนามเพื่อทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ตามพื้นที่อ่อนไหว ที่อาจได้รับผลกระทบจากกิจกรรมการก่อสร้าง และจากการดำเนินการภายหลังการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ
- พารามิเตอร์ : ฝุ่นละอองรวมเฉลี่ย
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน
ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
- ตำแหน่งตรวจวัด :จำนวน 6 สถานี ประกอบด้วย วัดป่าหวายขุมเงิน ชุมชนอาข่า วัดปางลาวโรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น สำนักงานทางหลวงชนบท เชียงราย และโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
- ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่าง : ตรวจวัด 2 ครั้งละ 7 วันติดต่อกันในวันธรรมดาและวันหยุดราชการ โดยตรวจวัดครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 และครั้งที่ 2 ในเดือนมิถุนายน 2569
- ผลการศึกษา : การตรวจวัดเมื่อวันที่ 28 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศทุกพารามิเตอร์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
หมายเหตุ : ค่ามาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป พ.ศ. 2569 ประกาศคณะกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานก๊าซคาร์บอนไดซัลไฟด์ในบรรยากาศโดยทั่วไป พ.ศ. 2560
ภาพถ่ายการตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศ บริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ
เสียง
การสำรวจภาคสนามเพื่อทำการตรวจวัดระดับเสียง ตามพื้นที่อ่อนไหว ที่อาจได้รับผลกระทบจากกิจกรรมการก่อสร้าง และจากการดำเนินการภายหลังการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ
- พารามิเตอร์ : ระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง
ระดับเสียงสูงสุด
- ตำแหน่งตรวจวัด : จำนวน 6 สถานี ตำแหน่งเดียวกับจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศ
- ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่าง : ตรวจวัด 2 ครั้งละ 7 วันติดต่อกันในวันธรรมดาและวันหยุดราชการ ตรวจวัด 24 ชั่วโมงต่อสถานี โดยตรวจวัดครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 และครั้งที่ 2 ในเดือนมิถุนายน 2569
- ผลการศึกษา การตรวจวัดครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผลการตรวจวัดมีค่าอยู่ในเกณฑ์ค่ามาตรฐานที่กำหนดทั้งหมด
ผลการตรวจวัดระดับเสียงที่ระดับความสูง 2 เมตร
ผลการตรวจวัดระดับเสียงอากาศยาน
หมายเหตุ : ค่ามาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540)
ภาพถ่ายการตรวจวัดระดับเสียงและความสั่นสะเทือน บริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ
ความสั่นสะเทือน
การสำรวจภาคสนามเพื่อทำการตรวจวัดความสั่นสะเทือน ตามพื้นที่อ่อนไหว (Sensitive Receptor) ที่อาจได้รับผลกระทบจากกิจกรรมการก่อสร้าง และจากการดำเนินการภายหลังการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ
- พารามิเตอร์ : Peak Particle Velocity
- ตำแหน่งตรวจวัด : จำนวน 6 สถานี ตำแหน่งเดียวกับจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศ
- ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่าง : ตรวจวัด 2 ครั้งละ 7 วันติดต่อกันในวันธรรมดาและวันหยุดราชการ โดยตรวจวัดครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 และครั้งที่ 2 ในเดือนมิถุนายน 2569
- ผลการศึกษา ผลการตรวจวัดความสั่นสะเทือนทั้ง 6 สถานี มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2553) : บริเวณฐานรากหรือชั้นล่างของอาคาร ของ 1) อาคารประเภทที่ 1 : โรงงาน อาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน อาคารพิเศษ อาคารขนาดใหญ่ 2) อาคารประเภทที่ 2 : อาคารอยู่อาศัย ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว อาคารชุด หอพัก สถานพยาบาล โรงพยาบาล โรงเรียนและอาคารสถาบันศึกษา
คุณภาพน้ำผิวดิน
ศึกษาสภาพปัจจุบันของแหล่งน้ำและคุณภาพน้ำผิวดิน บริเวณท่าอากาศยาน แม่ฟ้าหลวง เชียงราย และบริเวณใกล้เคียง
- พารามิเตอร์ :
ทางเคมี : ออกซิเจนละลาย บีโอดี น้ำมันและไขมัน ไนเตรท-ไนโตรเจน แอมโมเนีย-ไนโตรเจน ฟอสเฟต-ฟอสฟอรัส
ทางชีวภาพ : แบคที่เรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม
โลหะหนัก : เหล็ก สารหนู
- ตำแหน่งตรวจวัด : จำนวน 4 สถานี
- สถานีที่ 1 ห้วยขัวแคร่ที่ระยะ 50 เมตร ก่อนเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
- สถานีที่ 2 คูระบายน้ำภายในพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
- สถานีที่ 3 คลองแม่งาม
- สถานีที่ 4 สระน้ำในพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
- ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่าง : การเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำผิวดิน ครั้งที่ 1 ตัวแทนฤดูแล้ง เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 และครั้งที่ 2 ในเดือนมิถุนายน 2569
- ผลการศึกษา
นิเวศวิทยาบนบก
การศึกษาด้านนิเวศวิทยาบนบกเป็นการศึกษาผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมต่อพืชพรรณป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่กิจกรรมของโครงการ
- พื้นที่ศึกษา : ในระยะ 1 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตร จากขอบเขตพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
- ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่าง : ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
- ผลการศึกษา
1) ทรัพยากรป่าไม้ พื้นที่ ทชร. มีการดำเนินงานอยู่แล้ว ในปัจจุบันโดยไม่มีสภาพป่าไม้แต่อย่างใด โดยพื้นที่จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ในเขตปฏิบัติการบิน (Airside) และพื้นที่นอกเขตปฏิบัติการบิน (Landside)
– เขตปฏิบัติการบิน (Airside) พืชที่พบเกือบทั้งหมดเป็นหญ้าและพืชคลุมดินขนาดเล็ก ช่วงฤดูแล้งมีสภาพโล่ง บริเวณสนามหญ้าข้างทางวิ่งกับทางขับทาง ทชร. มีการตัดหญ้าอยู่เป็นประจำ ทำให้หญ้าที่พบมีความสูงเรี่ยผิวดิน สำหรับพืชที่พบ เช่น ปืนนกไส้ หญ้านวลน้อย หญ้าแพรก หญ้ายาง บานไม่รู้โรยป่า ถั่วลิสงนา และหญ้าละออง เป็นต้น
– พื้นที่นอกเขตปฏิบัติการบิน (Landside) พื้นที่นอกเขตปฏิบัติการบินมีการใช้ประโยชน์พื้นที่หลากหลายรูปแบบทั้งกลุ่มที่เป็นอาคารที่ทำการ ลานจอดรถ พื้นที่โล่งโดยรอบ บึงน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยพื้นที่หน้าอาคารที่ทำการท่าอากาศยาน ปลูกไม้ประดับขนาดเล็กและกลาง เช่น เข็มแดง บานบุรี สนมังกร เศรษฐีเรือนนอก จันผา และชาฮกเกี้ยน เป็นต้น
– จากการตรวจสอบสภาพนิเวศ บริเวณโดยรอบพื้นที่โครงการสามารถจำแนกระบบนิเวศของพืชพรรณได้เป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบนิเวศเกษตรกรรมระบบนิเวศเมือง และระบบนิเวศป่าไม้
2) ทรัพยากรสัตว์ป่า
พบสัตว์ป่าในพื้นที่ศึกษาทั้งในและนอกพื้นที่โครงการ จำนวน 87 ชนิด จำแนกเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 9 ชนิด นก 67 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 7 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 4 ชนิด หากพิจารณาเฉพาะชนิดที่สามารถพบในพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้พบว่า มีทั้งหมด 49 ชนิด จำแนกเป็น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 4 ชนิด นก 38 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 6 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 1 ชนิด
สัตว์ป่าที่พบ จำนวน 87 ชนิด เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 70 ชนิด พบสัตว์ป่าที่มีสถานภาพอนุรักษ์ที่สำคัญตามการจัดของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.), 2560 จำนวน 4 ชนิด โดยถูกจัดสถานะมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 1 ชนิด ได้แก่ นกปรอดหัวโขน ถูกจัดสถานะใกล้ถูกคุกคาม 3 ชนิด ได้แก่ นกกระสาแดง นกอีลุ้ม และเหยี่ยวปีกแดง
นิเวศวิทยาทางน้ำ
จากการสำรวจสภาพนิเวศวิทยาทางน้ำ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 (ตัวแทนฤดูแล้ง) จำนวน 4 สถานี (ตำแหน่งเดียวกับจุดเก็บคุณภาพน้ำผิวดิน) สรุปดังนี้
- แพลงก์ตอนพืช พบแพลงก์ตอนพืชจำนวน 14-27 ชนิด มีความหนาแน่นระหว่าง 277,020 – 1,281,520 เซลล์ต่อลูกบาศก์เมตร ดิวิชั่นเด่นที่พบ ได้แก่ ดิวิชั่น Euglenophyta และชนิดเด่นที่พบ ได้แก่ Euglena acus
- แพลงก์ตอนสัตว์ พบแพลงก์ตอนสัตว์จำนวน 3-14 ชนิด มีความหนาแน่นระหว่าง 41,040-913,640 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร ไฟลัมเด่นที่พบ ได้แก่ ไฟลัม Rotifera และชนิดเด่นที่พบ ได้แก่ Gastropus hyptopus
- สัตว์หน้าดิน พบสัตว์หน้าดินจำนวน 6-7 ชนิด มีความหนาแน่นระหว่าง 180-330 ตัวต่อตางรางเมตร ไฟลัมเด่นที่พบ ได้แก่ ไฟลัม Arthropoda และชนิดเด่นที่พบ ได้แก่ ตัวอ่อนริ้นน้ำจืด
- ปลา พบปลารวมทั้งสิ้น 9 วงศ์ 16 สกุล 16 ชนิด โดยปลาทั้งหมด 12 ชนิด ที่จัดอยู่ในสถานภาพเป็นกังวลน้อยที่สุด ซึ่งจัดอยู่ในสถานภาพมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ต่ำที่สุดหรือกังวลน้อยที่สุด ได้แก่ ปลาซิวหนวดยาว ปลากระสูบขีด ปลาสร้อยนกเขา ปลาปก ปลาซิวหางแดง ปลากระทิง ปลาหมอช้างเหยียบ ปลาบู่หมาจู ปลาบู่ผี ปลากระดี่หม้อ ปลากริม และปลาช่อน พบปลาจัดอยู่ในสถานภาพข้อมูลไม่เพียงพอ จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาหมอแคระแม่น้ำโขง และพบปลาที่ไม่อยู่ในสถานภาพใดเลย จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาเข็ม ปลากินยุง และปลาไหลนา ทั้งนี้ปลาที่สำรวจพบทั้ง 16 ชนิด ยังไม่อยู่ในกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษตามบัญชีของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) (2563)
- พรรณไม้น้ำ พบพรรณไม้น้ำจำนวน 8-11 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็นพืชชายน้ำ รองลงมาเป็นพืชลอยน้ำ ชนิดที่พบ ได้แก่ หญ้าขน ผักตบชวา เลา และเทียนนา เป็นต้น
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
จากการสำรวจสภาพพื้นที่โดยรอบโครงการ เมื่อวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ระยะศึกษา 0-5 กิโลเมตร จากขอบเขตท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สรุปรายละเอียดได้ดังนี้
– พื้นที่เกษตรกรรม ในระยะศึกษายังคงมีเนื้อที่มากที่สุด 46,50 ไร่ หรือร้อยละ 53.96 ของพื้นที่ศึกษา กระจายอยู่โดยรอบพื้นที่โครงการและพบหนาแน่นบริเวณทิศเหนือและทิศตะวันออกของโครงการ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว (ร้อยละ 39.25)
– พื้นที่ป่าไม้ มีเนื้อที่ 217.59 ไร่ หรือร้อยละ 0.28 ของพื้นที่ศึกษา ซึ่งเป็นป่าผลัดใบทั้งหมด
– พื้นที่เบ็ดเตล็ด มีเนื้อที่ 5,890.75 ไร่ หรือร้อยละ 6.80 ของพื้นที่ศึกษา มีพื้นที่กระจายอยู่โดยรอบพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ (ร้อยละ 3.85
– พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง มีเนื้อที่มากที่สุดลำดับที่ 2 มีเนื้อที่ 30,333.08 ไร่
หรือร้อยละ 35.02 ของพื้นที่ศึกษา มีพื้นที่หนาแน่นบริเวณทิศตะวันตกและทิศใต้ของโครงการ ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้าน (ร้อยละ 21.15)
– พื้นที่แหล่งน้ำ มีเนื้อที่ 3,12 ไร่ หรือร้อยละ 3.97 ของพื้นที่ศึกษา ส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ (ร้อยละ 2.94) ได้แก่ แม่น้ำกกที่ไหลผ่านทางทิศใต้ของโครงการ